| จ.ลำปาง เผย ผู้ป่วย COVID-19 รายแรก รักษาหายแล้ว ส่วนผลการตรวจหาเชื้อของผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีก 18 ราย ผลเป็นลบทั้งหมด

นายประเสริฐ  กิจสุวรรณรัตน์  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง  เปิดเผยถึงสถานการณ์โรค COVID-19 จังหวัดลำปาง ประจำวันที่ 12 มกราคม 2564 ว่า ตามที่จังหวัดลำปางพบผู้ติดเชื้อโรค COVID-19 ระลอกใหม่จำนวน 3 ราย

ล่าสุด ผู้ป่วยรายที่ 1 ได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว โรงพยาบาลให้กลับบ้านเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 และแยกกักตัวเองอยู่ที่บ้านอย่างเคร่งครัด ต่อไปอีกเป็นเวลา 14 วัน สำหรับผู้สัมผัสเสี่ียงสูงของผู้ป่วยรายที่ 1 จำนวน 18 ราย มีการแยกกักตัวเองอยู่ที่บ้านอย่างเคร่งครัดจนครบ 14 วัน ได้รับการตรวจหาเชื้อ COVID-19  เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 ซึ่งผลการตรวจเป็นลบทั้งหมด (ตรวจครั้งสุดท้ายวันที่ 14 หลังจากผู้ป่วยรายที่ 1 ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ) สามารถดำเนินชีวิตตามปกติ ภายใต้มาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

ผู้ป่วยรายที่ 2 และ 3 อยู่ระหว่างการรักษาตามมาตรฐานการรักษาของกรมการแพทย์ ในส่วนของผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของผู้ป่วยรายที่ 2 และ 3 จำนวน 9 ราย ซึ่งให้แยกกักตัวเองอยู่ที่บ้านอย่างเคร่งครัดจนครบ 14 วัน และจะได้รับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ครั้งสุดท้าย ในวันที่ 16 มกราคม 2564 นี้

 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอความร่วมมือผู้ประกอบการห้างร้านต่าง ๆ และประชาชนชาวลำปางปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย (DMHT) อย่างเคร่งครัด คือ   D : Social Distancing การเว้นระยะห่าง  ไม่ไปในที่แออัด   M : Mask Wearing สวมหน้ากากอนามัย/ ผ้า ตลอดเวลา  H : Hand Washing การล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์  T : Tracking เช็คอินทุกสถานที่ที่เข้าไปด้วยการสแกนแอปพลิเคชันไทยชนะ

ทั้งนี้  นอกจากแอปพลิเคชันไทยชนะแล้ว ยังแนะนำให้ติดตั้งแอปพลิเคชันหมอชนะควบคู่ไปด้วย เนื่องจากเป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยบันทึกการเดินทางของผู้ใช้โดยอัตโนมัติด้วย GPS และ Bluetooth ช่วยประเมินความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 ของผู้ใช้ และยังมีระบบเตือนผู้ใช้หากเรามีความเสี่ยงหรือเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้แอปพลิเคชันหมอชนะยังช่วยให้ทีมแพทย์ประเมินความเสี่ยงของคนไข้ เป็นการป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ของทีมแพทย์ได้

หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนศูนย์ COVID-19 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง โทร. 093-1408023 ในวันและเวลาราชการ หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านท่าน

 

Share: