| จังหวัดเชียงรายประชุมการพัฒนาเมืองโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล รองรับการเป็นเมืองอัจฉริยะ

จังหวัดเชียงรายประชุมการพัฒนาเมืองโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล รองรับการเป็นเมืองอัจฉริยะ

 

วันนี้ (17 ส.ค. 65) นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเมืองโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)  ผ่านระบบ Video Conference โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมอู่หลง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย

 

ด้วยจังหวัดเชียงรายได้ดำเนินโครงการพัฒนาให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองโดยมีการบูรณาการกับทุกภาคส่วนให้มีให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาส่งเสริมนวัตกรรมดิจิทัลด้านการให้บริการประชาชน การให้บริการนักท่องเที่ยว การประยุกต์นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้พัฒนาการประกอบอาชีพ การต่อยอดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในด้านการศึกษา รวมถึงการพัฒนาชุมชน ผ่าน Application Traffy Fondue สำหรับสื่อสารระหว่างประชาชน และหน่วยงานที่รับผิดชอบในด้านต่างๆ โดยประชาชนสามารถแจ้งปัญหาความต้องการที่พบไปให้ผู้รับผิดชอบโดยตรง เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว สามารถช่วยให้หน่วยงานบริหารการจัดการปัญหาได้อย่างทันท่วงที พร้อมแสดงข้อมูล รายละเอียดของปัญหา ภาพหน้างาน และพิกัดตำแหน่ง เพื่อประกอบการให้เจ้าหน้าที่พร้อมแก้ไข  ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่รับผิดชอบก็สามารถให้ข้อมูล และอัพเดทสถานการณ์การแก้ไขปัญหา รวมถึงสื่อสารกลับมาให้แก่ประชาชนได้ นอกจากนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่ยังมีระบบบริหารจัดการ และติดตามปัญหาบริการข้อมูลทางสถิติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนงบประมาณ และกำลังคนต่อไป

 

สำหรับแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาพัฒนาโดยนักวิจัยไทย ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ อบต. เทศบาล และเอกชน สามารถใช้งานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงหน่วยงานที่มีระบบแจ้งปัญหาอยู่แล้วสามารถนำแพลตฟอร์ม Traffy Fondue มาใช้เพิ่มช่องทางใหม่ในการรับแจ้งและจัดการปัญหาที่พบ ผ่าน Line chat bot แบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่ และยกระดับการมีส่วนร่วมของพลเมืองและผู้เกี่ยวข้องได้อย่างเสรีทุกพื้นที่และทุกเวลา เพื่อเป็นช่องทางในการรับแจ้งปัญหาเมืองยุค 4.0 รองรับการเป็นเมืองอัจฉริยะต่อไป

Share: