| องคมนตรี ติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง

องคมนตรี ประชุมติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565

 

บ่ายวันนี้ (5 ส.ค. 65) ที่ ห้องประชุมกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่  พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข และ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสารท องคมนตรี ได้ร่วมกันประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565  เพื่อติดตามผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่  โดยมี นายอนุกุล ปีดแก้ว อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  พร้อมด้วย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการ และตัวแทนภาคประชาชน เข้าร่วมประชุม

 

โดยที่ประชุม ได้สรุปผลการดำเนินงานของกิจการน้ำพุร้อน ประจำปี 2564-2565 ที่ผ่านมา  ทั้งรายงานผลประกอบการ สถานะการเงิน แผนพัฒนากิจการน้ำพุร้อนสันกำแพงฯ การจัดการเงินทุนของกิจการ รวมถึงสภาพคล่องในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผลการประเมินการบริหารจัดการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การขับเคลื่อนแผนงาน การบริหารจัดการ การบริหารทรัพยากรบุคคล และการบริหารทรัพยากรและงบประมาณ  ซึ่งพบว่า ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย  มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่กิจการน้ำพุร้อนสันกำแพงเพิ่มมากขึ้น  โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมามีช่วงวันหยุดยาวหลายวัน  จึงทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวและมีการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่เป็นจำนวนมาก

 

ทั้งนี้ กิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ ที่เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พร้อมทั้งทรงมีพระบรมราโชบายในการพัฒนากิจการน้ำพุร้อนสันกำแพงฯ ให้เป็นสถานที่อนุรักษ์ คงสภาพเป็นธรรมชาติ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวส่งเสริมสุขภาพ  เพื่อสร้างรายได้ให้คนในพื้นถิ่น  เป็นแหล่งทุนทางเศรษฐกิจและสังคมด้วยสวัสดิการชุมชน การรวมกลุ่มสร้างอาชีพ รักษาประเพณี วัฒนธรรม พัฒนาระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ให้ชุมชนจัดการตนเอง และช่วยเหลือแบ่งปันซึ่งกันและกัน อันจะทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม และดำรงตนเพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติสืบไป

Share: