| ปิดโรงพยาบาลสนามบ้านธรรมปกรณ์แล้ว ..//

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เผย ปิดโรงพยาบาลสนาม "บ้านธรรมปกรณ์"แล้ว ล่าสุดคงเหลือผู้ป่วยในความดูแล เพียง 1 ราย ส่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  คาดอีกไม่เกิน 1 สัปดาห์จะหายเป็นปกติ..//

ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากบ้านธรรมปกรณ์เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม 2564  ที่ผ่านมา และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามในบ้านธรรมปกรณ์ เพื่อทำการสืบค้นหาผู้ที่เจ็บป่วยรวมถึงให้การรักษาผู้สูงอายุโดยเฉพาะ  และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะหากเกิดกรณีผู้สูงอายุติดเชื้อจำนวนมากในคราวเดียวกัน จะเป็นการยากที่จะนำตัวผู้ติดเชื้อเข้าสู่โรงพยาบาลได้ทั้งหมด โดยตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2564 จนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ผู้ป่วยโควิด-19 จากคลัสเตอร์บ้านธรรมปกรณ์ เหลือผู้ป่วยอยู่ในความดูแลเพียง 1 ราย เท่านั้น ซึ่งรายนี้เป็นรายที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 เมื่อ 5-6 วันที่ผ่านมา ทำให้การรักษาอาจจะต้องยืดออกไปอีกประมาณเกือบ 1 สัปดาห์ และจากสถานการณ์คลัสเตอร์ฯ ที่คลี่คลายลงนี้ จึงตัดสินใจว่าควรจะปิดโรงพยาบาลสนามบ้านธรรมปกรณ์ แล้วนำผู้ป่วยที่เหลือรายนี้ ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จนกว่าอาการจะกลับมาเป็นปกติ

ทั้งนี้  ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้ระดมทีมแพทย์และพยาบาลจำนวนหนึ่ง เข้ามาทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ สำหรับการรักษา ได้ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ และโมโนโคลนอลแอนติบอดี้ แก่ผู้ป่วย ซึ่งเป็นยาต้านการอักเสบ ชนิดที่ให้ทางหลอดเลือดดำ ยามีราคาที่ค่อนข้างสูง ได้รับการสนับสนุนจากกรมการแพทย์ ยาเหล่านี้มีประสิทธิภาพที่ดีมาก ช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยไม่รุนแรงถึงขั้นอาการหนัก (เคสสีส้ม หรือสีแดง) ซึ่งคลัสเตอร์บ้านธรรมปกรณ์นี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ พบว่ามีอาการป่วยไม่ถึงขั้นรุนแรงมากนั้น เป็นผลมาจากการที่ผู้ป่วยเหล่านี้เคยมีประวัติได้รับวัคซีนป้องกันโควิดฯ มาก่อนแล้ว ประมาณ 2-3 เดือน ก่อนเกิดคลัสเตอร์ขึ้น ทำให้เมื่อมีการติดเชื้อส่วนใหญ่อาการเจ็บป่วยจึงไม่รุนแรง ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยสูงอายุเพียง 14 รายเท่านั้น ที่ต้องย้ายเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาล เพราะว่ามีอาการเหนื่อย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งจากการประเมินอาการ ผู้ป่วยเสียชีวิตโดยไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโควิด 19 โดยตรง และน่าจะเกิดจากภาวะอื่นที่เป็นโรคประจำตัวร่วมด้วย

Share: