| สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ โรงเรียนล่องแพวิทยา จังหวัดแม่ฮ่องสอน

           เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2565 เวลา 11.51 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังโรงเรียนล่องแพวิทยา อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เฝ้ารับเสด็จ

          โรงเรียนล่องแพวิทยา จัดการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาสในพื้นที่สูง เขตรอยต่อสามจังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่และตาก ซึ่งเป็นชุมชนชาวไทยภูเขา มีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรม จึงจัดการศึกษา ผ่านกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน ในรูปแบบโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่สำคัญให้ผู้เรียนนำความรู้มาพัฒนาคุณภาพชีวิตตนเองและชุมชน ปัจจุบันเปิดสอนชั้นอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 มี นักเรียน 683 คน เป็นนักเรียน พักนอน 486 คนนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ 7 คน

          โอกาสนี้ ทรงทอดพระเนตรการสอนชั้นอนุบาล ที่ครูนำสื่อการสอนมาช่วยพัฒนาเด็ก อาทิ วิชาภาษาไทยใช้การเล่านิทานเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม กิจกรรมบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ให้ทดลองทำกิจกรรมด้วยตนเอง เพื่อฝึกทักษะการสังเกต ส่วนชั้นประถมศึกษาตอนต้น มีการสอนเสริมให้เด็กที่อ่อนวิชาภาษาไทย โดยให้พี่ประถมศึกษาตอนปลายมาเป็นครูพี่เลี้ยง ส่วนกิจกรรมภาษาไทยผู้ใหญ่บนพื้นที่สูง ให้นักเรียนไปสอนพื้นฐานภาษาไทยในชีวิตประจำวัน เช่น การไปพบแพทย์ การติดต่อราชการให้ผู้ปกครอง

           จากนั้นทรงทอดพระเนตรกิจกรรมทักษะวิชาชีพสำหรับนักเรียนพื้นที่สูง ให้ฝึกทักษะอาชีพตามความชอบ และความถนัด รวมทั้งอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาประจำถิ่น เช่น การทอผ้ากะเหรี่ยง การแปรรูปผ้า ทำเบเกอรื่ ปูนปั้นลายไม้ ซ่อมเครื่องยนต์ขนาดเล็กและเกษตรกรรม เพื่อให้นำไปใช้ในชีวิตจริง เป็นการสร้างรายได้ระหว่างเรียน มีเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ เป็นการขยาย โอกาสทางการศึกษาและแรงจูงใจให้ผู้ปกครองส่งบุตรหลานมาเรียน ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โรงเรียนผ่านเกณฑ์ประเมินความพร้อม จากสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดการเรียนตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ในช่วงแรกที่มีการแพร่ระบาด ครูจะเข้าไปตามหย่อมบ้าน นำเอกสารการเรียนและสื่อการสอนเข้าไปสอน เพื่อไม่ให้ขาดเรียนและเลิกเรียนกลางคัน ด้านสุขภาพอนามัยมีพัฒนาการที่สมวัย มีสุขภาวะที่ดี และสุขภาพที่เหมาะสม ในสถานการณ์โควิด-19 โรงเรียนได้ทำตามมาตรฐานที่กำหนด เพิ่มจุดล้างมือ เว้นระยะห่าง ทั้งในห้องเรียน โรงอาหาร และหอพักนอน

            ส่วนผลผลิตจากโครงการฝึกทักษะอาชีพเกษตรกรรม นำมาประกอบอาหารกลางวัน แต่ในช่วงฤดูฝนการเดินทางลำบาก ขาดแคลนเนื้อสัตว์ และพืชผักบางชนิด แก้ไขโดยรับซื้อผลผลิตจากชาวบ้านผ่านระบบสหกรณ์โรงเรียน ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่ม และนำระบบสหกรณ์ไปใช้ในหมู่บ้าน ช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่าย ทำให้มีรายได้ที่ดีขึ้น เป็นการส่งเสริมความรู้จากโรงเรียน สู่ชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความเสมอภาคให้คนในพื้นที่ทำให้ชุมชนเข็มแข็ง และพึ่งตนเองได้ ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ โดยก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ นายผะอบ บินสะอาด นายอำเภอสบเมย เป็นผู้แทนนายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทูลเกล้าถวายฯ กระเช้าผลิตภัณฑ์ชุมชน.

Share: