| ผู้ว่าฯแพร่มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ร่วมฝ่ายปกครอง ชลประทาน ตรวจสอบการตัดไม้ กรณีสื่อออนไลน์นำเสนอการตัดไม้ริมคลองชลประทาน

ตามที่ได้มีกลุ่มราษฎรร้องเรียนผ่านทางสื่อออนไลน์ว่า มีการตัดไม้มีค่าข้างทางโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นต้นไม้มีค่า ได้แก่ต้นสักทอง และไม้ยมหิน ซึ่งเป็นไม้ประจำจังหวัดแพร่ ถูกตัดไปกว่า 10 ต้น เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 เวลา 13.00 น. มีกลุ่มคนใช้เลื่อยยนต์ขนาดใหญ่ และรถบรรทุกติดตราเครื่องหมายหน่วยงานราชการสังกัดท้องถิ่นจังหวัดแพร่ ไปที่หมู่ 7 ตำบลแม่จั๊วะ อำเภอเด่นชัย  ริมคลองชลประทาน ซึ่งมีหน่วยราชการอีกหน่วยหนึ่งมีเครื่องจักรรถแบล็คโฮ และรถบรรทุกดั้ม ช่วยเก็บเศษไม้ขึ้นรถ บรรทุกเศษไม้ไปทิ้ง ส่วนไม้ขนาดใหญ่ที่เป็นกิ่งและลำต้นถูกลำเรียงเข้าไปในบ้านแม่จั๊วะหมู่ 7 ตำบลแม่จั๊วะ เพื่อทำการแปรรูป ขอให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบด้วย ตามวันดังกล่าว

จังหวัดแพร่โดยนายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ประกอบด้วยนายชาตรี สัทธรรมนุวงศ์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายพิษณุพันธ์ วงศ์ขันธ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักจัดการป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ นายเสถียร อิสระเศรษฐพงศ์ ปลัดอำเภอ ฝ่ายความมั่นคง อำเภอเด่นชัย  นายธีระ นาคฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำที่ 3 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม และผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ร่วมตรวจสอบยังบริเวณที่ได้รับการร้องเรียน

คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณคันคลองชลประทานระหว่างหมู่บ้านแม่จั๊วะ หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 7 ตำบลแม่จั๊วะ อำเภอเด่นชัย พบว่ามีร่องรอยการตัดไม้ทั้งสองฝั่ง ระยะทางประมาณ 100 เมตร มีการตัดฟัน ไม้สัก จำนวน 13 ต้น , ยมหิน จำนวน 1 ต้น , สะเดา จำนวน 2 ต้น , คูน จำนวน 3 ต้น , ประดู่ จำนวน 2 ต้น รวมทั้งหมดจำนวน 21 ต้น ในขณะตรวจสอบพบแต่เพียงตอไม้ จำนวน 21 ตอ ไม่พบไม้ท่อนที่ทำเป็นสินค้าและเศษกิ่งไม้ใบไม้ อยู่ในบริเวณตอไม้หรือใกล้เคียงแต่อย่างใด ลักษณะร่องรอยการตัดฟันโดยใช้เลื่อยโซ่ยนต์มาประมาณ 2-3 วัน

นายพนม สลักลาย ผู้ใหญ่บ้านแม่จั๊วะ หมู่ที่ 3 กล่าวว่า กลุ่มบุคคลที่มาทำการตัดไม้บริเวณนี้ เป็นพนักงานของเทศบาลตำบลแม่จั๊วะ เป็นผู้ดำเนินการและมีการขนย้ายไม้ท่อนไปเก็บไว้ที่ศาลาอเนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน ไม้ที่ถูกตัดดังกล่าวเป็นไม้ที่ชาวบ้านร่วมกันปลูกไว้

และตรวจสอบบริเวณคันคลองชลประทานในเขตรับผิดชอบหมู่ที่ 7 ตำบลแม่จั๊วะ พบว่ามีการตัดฟันโค่นต้นไม้ชนิดไม้สัก จำนวน 2 ต้น , ยมหิน จำนวน 1 ต้น, สะเดา จำนวน 1 ต้น รวมทั้งหมดจำนวน 4 ต้น ในขณะตรวจสอบพบแต่เพียงตอไม้ จำนวน 4 ตอ ความโตระหว่าง 94-177 เซนติเมตร ไม่พบไม้ท่อนที่ทำเป็นสินค้าและเศษกิ่งไม้ใบไม้ อยู่ในบริเวณตอไม้หรือใกล้เคียงแต่อย่างใด ลักษณะร่องรอย การตัดฟันโดยใช้เลื่อยโซ่ยนต์มาประมาณ 2-3 วัน

เจ้าหน้าที่ได้สอบถามนางสาววิระดา คำต่อ ผู้ใหญ่บ้านแม่จั๊วะ หมู่ที่ 7 บอกว่า กลุ่มบุคคลที่มาทำการตัดไม้บริเวณนี้ เป็นพนักงานของเทศบาลตำบลแม่จั๊วะ เป็นผู้ดำเนินการและมีการขนย้ายไม้ท่อนไปเก็บไว้ที่บริเวณข้างศาลาอเนกประสงค์ข้างวัดใหม่วงศ์วรรณ หมู่ที่ 5 ตำบลแม่จั๊วะ

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบไม้ท่อนที่บริเวณศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 3 พบว่า มีไม้สักท่อน ขนาดความโตระหว่าง 72-95 เชนติเมตร กองรวมกันอยู่จำนวน 13 ท่อน เมื่อตรวจวัดขนาดความโตของโคนไม้ทั้งหมดแล้ว ปรากฏว่ามีขนาดความโตสอดคล้องสัมพันธ์กับตอไม้ที่ถูกตัดบริเวณคันคลองชลประทานดังกล่าว ส่วนไม้ชนิดอื่นไม่ทราบว่าขนย้ายไปอยู่ที่ใด ไม้ที่ตรวจพบไม่ปรากฏรูปรอยดวงตราอื่นใดตีประทับไว้แต่อย่างใด และยังได้ตรวจสอบไม้ท่อนที่บริเวณข้างศาลาอเนกประสงค์ข้างวัดใหม่วงศ์วรรณ หมู่ที่ 5 ตำบลแม่จั๊วะ ชนิดไม้สัก ขนาดความโต 73-89 เชนติเมตร กองรวมกันอยู่จำนวน 5 ท่อน เมื่อตรวจวัดขนาดความโตของโคนไม้ทั้งหมดแล้ว ปรากฏว่ามีขนาดความโต ไม่สอดคล้องสัมพันธ์กับตอไม้ที่ถูกตัดบริเวณคันคลองชลประทานดังกล่าว เนื่องจากความโตของตอไม้ ที่ถูกตัดมีขนาดความโตเล็กสุด 44 เชนติเมตร และไม้สะเดาแปรรูป จำนวน 2 ชิ้น ส่วนไม้ยมหินไม่ทราบว่าขนย้ายไปอยู่ที่ใด ไม้ที่ตรวจพบไม่ปรากฏรูปรอยดวงตราอื่นใดประทับไว้แต่อย่างใด

ด้านนายธีระ นาคฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำที่ 3 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม จังหวัดแพร่ ได้นำเอกสารเป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงมาแสดง และมอบให้กับเจ้าหน้าที่ จำนวน 1 ฉบับ พร้อมยืนยันว่าบริเวณที่มีการตัดไม้บนคันคลองชลประทานบ้านแม่จั๊วะ หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 7 ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม จังหวัดแพร่ กรมชลประทาน คณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันพิจารณาจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ และตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้ว พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของกระทรวงการคลัง (ใช้ในราชการกรมชลประทาน) ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ 34657 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2530 อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม จังหวัดแพร่

ทั้งนี้ ที่ดินที่ปลูกไม้นั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 145 ที่บัญญัติว่า “ไม้ยืนต้นเป็นส่วนควบกับที่ดินที่ไม้นั้นขึ้นอยู่” ดังนั้น ที่ราชพัสดุที่ส่วนราชการได้ใช้ประโยชน์ที่ดินเต็มพื้นที่ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่สงวนหวงห้ามไว้ทุกประการแล้ว ถือว่าพันสภาพจากการเป็น “ป่า” ตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ซึ่งไม้ทุกชนิดที่ขึ้นอยู่ในที่ดินราชพัสดุที่ได้มีการใช้ประโยชนในที่ดินเต็มพื้นที่แล้ว ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงการคลัง และในการทำไม้ดังกล่าว จึงไม่อยู่ในการบังคับที่จะต้องขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้แต่อย่างใด  จึงมอบให้เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม จังหวัดแพร่ ผู้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุดังกล่าวรับไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป /.

Share: